ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ที่มุ่งขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างยั่งยืน วช. ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการเกษตร สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ให้ดำเนินการขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ในประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด”
จังหวัดกำแพงเพชรนับเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่เผชิญความเสี่ยงทั้งจากน้ำมากเกินไป เช่น น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และการระบายน้ำไม่ทัน ที่ผ่านมา วช. ได้ดำเนินกิจกรรมขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่แล้ว 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา น่าน ขอนแก่น ชัยภูมิ สงขลา และพัทลุง โดยมุ่งรับฟังปัญหา ความต้องการ และความท้าทายของแต่ละพื้นที่ เพื่อนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่พร้อมใช้ มาปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ตลอดจนสร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับภูมิภาคและประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า วช. ได้กำหนดยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม ระยะ 5 ปี โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในทุกมิติ ทั้งการอุปโภคบริโภค การผลิต การจัดการภัยพิบัติ และการอนุรักษ์ระบบนิเวศ ภายใต้แผนงานสำคัญ “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยจังหวัดกำแพงเพชรเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของแผนงานดังกล่าว จังหวัดกำแพงเพชรเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญด้านการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ มีแม่น้ำปิงเป็นลำน้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และระบบนิเวศของพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่รองรับน้ำจากหลายลุ่มน้ำ และเป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีบทบาทต่อความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ อย่างไรก็ตาม จังหวัดกำแพงเพชรยังคงเผชิญความท้าทายด้านการบริหารจัดการน้ำ ทั้งปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค รวมถึงปัญหาอุทกภัยในบางพื้นที่ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำที่เป็นระบบ เชื่อมโยง และอาศัยองค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน จังหวัดกำแพงเพชรมีจุดมุ่งหมายในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ จึงเป็นเวทีสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ตามยุทธศาสตร์ ววน. เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และยั่งยืน
ถัดมาเป็นพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง วช. กับหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมทั้งร่วมแสดงเจตนารมณ์ ดังนี้
- นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร
- นางสาวธวัลรัตน์ อุประนันท์ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำวัง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 1
- นายเอกชัย คำธานี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานกำแพงเพชร สำนักงานชลประทานที่ 4
- นางจิราภา หวิงปัด ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 7
- สิบเอก ดร.ณรงค์ อยู่ปาน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร
- นายอนันต์ โฆษิตพิพัฒน์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร
- นายกฤตวิทย์ สวัสดิ์มงคล หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดกำแพงเพชร
- นายสุจริตกุล อินทะโร กรรมการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกำแพงเพชร
- ดร.ธิติ มหบุญพาชัย ประธานหอการค้าจังหวัดกำแพงเพชร
- นางสาวอัจจิมา ภูจักรนิน เจ้าพนักงานพัฒนาสังคมชำนาญงาน นิคมสร้างตนเองทุ่งโพธิ์ทะเล
- นางสาวลัดดา ยาวิรัชน์ เจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
ทั้งนี้ พิธีลงนามดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่ของจังหวัดกำแพงเพชรจะนำไปสู่การนำองค์ความรู้ทางวิจัยและนวัตกรรมมาใช้แก้ไขปัญหาน้ำ พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน










No comments:
Post a Comment