กรมลดโลกร้อน สานพลังอุดรฯ ชู “บ้านม่วง-เมืองไพร” ต้นแบบลุ่มน้ำสงครามขับเคลื่อนแผนปรับตัวสู่การปฏิบัติจริง - The Siamese

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Sunday, September 20, 2026

กรมลดโลกร้อน สานพลังอุดรฯ ชู “บ้านม่วง-เมืองไพร” ต้นแบบลุ่มน้ำสงครามขับเคลื่อนแผนปรับตัวสู่การปฏิบัติจริง

กรมลดโลกร้อน สานพลังอุดรฯ ชู “บ้านม่วง-เมืองไพร” ต้นแบบลุ่มน้ำสงครามขับเคลื่อนแผนปรับตัวสู่การปฏิบัติจริง
.
วันที่ 24 สิงหาคม 2569 กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “สานพลังชุมชนลุ่มน้ำสงครามตอนบน: ขับเคลื่อนแผนปรับตัวฯ อย่างยั่งยืน” ภายใต้โครงการจัดทำแผนการดำเนินงานด้านการปรับตัวเชิงพื้นที่ในรายสาขาและสาขาที่เกี่ยวข้อง (Cross Cutting)

.com/img/a/

ในพื้นที่ “ชุมชนเขตนิเวศลุ่มน้ำสงครามตอนบน พื้นที่ชุ่มน้ำป่าทาม บ้านเมืองไพร บ้านม่วง-เมืองไพร ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี” มุ่งขับเคลื่อนแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ ผ่านการผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับภูมิปัญญาและประสบการณ์ของชุมชน พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงานด้านการปรับตัว การจัดการระบบนิเวศป่าทาม และการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับการขยายผลสู่พื้นที่อื่น โดยได้รับเกียรติจาก 

.com/img/a/

นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน และมีนายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี รศ.ดร. สุนทร สุทธิบาก รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ภาคประชาสังคม ผู้นำชุมชน และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนกว่า 100 ท่าน ณ ห้องทุ่งศรีเมือง แกรนด์
บอลรูม โรงแรมเซ็นทารา จังหวัดอุดรธานี
.
.com/img/a/

นายโกเมศ พุทธสอน รองอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบรุนแรงเป็นวงกว้าง ข้อมูลจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า พ.ศ. 2566-2568 เป็น 3 ปีที่อุณหภูมิเฉลี่ยสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ สูงกว่ายุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมถึง 1.48 องศาเซลเซียส ขณะที่รายงาน Climate Risk Index 2026 ของ Germanwatch ชี้ว่า ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา โลกเผชิญเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วกว่า 9,700 ครั้ง กระทบประชาชน 5.7 พันล้านคน เสียชีวิตกว่า 832,000 คน และเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ 

.com/img/a/

โดยระบุว่าประเทศไทยขยับจากอันดับที่ 72 ในปี 2565 มาอยู่ที่อันดับที่ 17 ในปี 2567 ของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว กระทบต่อความมั่นคงทางน้ำ อาหาร สุขภาพ และระบบนิเวศ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ พื้นที่ชุ่มน้ำทั่วโลก ที่กำลังอยู่ในภาวะเสื่อมโทรม ซึ่งการสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำไม่ได้หมายถึงการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงการสูญเสียความสามารถของธรรมชาติในการควบคุมน้ำ ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ กักเก็บคาร์บอน และสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารและน้ำ 
.
.com/img/a/

ปัจจุบัน กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อยู่ระหว่างการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2569-2573 เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานด้านการปรับตัวของประเทศ ครอบคลุม 6 สาขาสำคัญ ได้แก่ การจัดการทรัพยากรน้ำ เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว การสาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อกำหนดมาตรการ กิจกรรม และตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละสาขา และสามารถนำไปสู่การขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
.
.com/img/a/

นายโกเมศฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่ “ชุมชนเขตนิเวศลุ่มน้ำสงครามตอนบน พื้นที่ชุ่มน้ำป่าทาม บ้านเมืองไพร บ้านม่วง-เมืองไพร ตำบลบ้านม่วง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี” ถือเป็นพื้นที่นำร่องสำคัญขอ ประเทศไทย ซึ่งมีการนำแนวคิดการแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions: NbS)
มาประยุกต์ใช้ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน โดยมุ่งให้พื้นที่ชุ่มน้ำยังคงทำหน้าที่เป็นทั้งระบบนิเวศ แหล่งทรัพยากรของชุมชน และกลไกในการลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงเกิดเป็นโครงการฯ โดยนำกรอบการปรับตัวมาบูรณาการใน 3 สาขาหลักภายใต้ NAP ที่มีความเชื่อมโยงกับบริบทของพื้นที่ ได้แก่
 สาขาเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร: ปรับระบบเกษตรเป็นวนเกษตรและเกษตรผสมผสาน บริหารจัดการน้ำ จัดตั้งสถานีเพาะพันธุ์สัตว์น้ำพื้นถิ่น และปรับปฏิทินเพาะปลูกตามสภาพอากศ
• สาขาจัดการทรัพยากรธรรมชาติ: ขยายพื้นที่ป่าชุมชน อนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
• สาขาการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์: ทำแผนรับมือภัยแล้ง-น้ำท่วม พร้อมส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น ผลิตภัณฑ์ “น้ำปลาร้าทามนัว” และแปรรูปผลิตภัณฑ์จากป่าทาม
.
​​สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการนำเสนอผลการดำเนินงานและแผนปรับตัวเชิงพื้นที่ลุ่มน้ำสงครามตอนบน พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการปรับตัวให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังมีพิธีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติแก่เกษตรกรต้นแบบการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกย่องผู้ที่นำแนวทางการปรับตัวไปประยุกต์ใช้จริงในพื้นที่ และการจัดนิทรรศการ “ชุมชนปรับตัว ป่าทามยั่งยืน” ซึ่งนำเสนอแนวทางการจัดการทรัพยากร การประกอบอาชีพ และการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศป่าทามอย่างสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่
.
​หัวใจสำคัญของการปรับตัวคือการมีส่วนร่วมของชุมชน เพราะคนในพื้นที่เป็นผู้ที่เข้าใจบริบท ทรัพยากร ปัญหา และความต้องการของพื้นที่ดีที่สุด เพื่อให้เกิดแนวทางการปรับตัวที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ซึ่งหวังว่า “โครงการนำร่องบ้านม่วง-เมืองไพร” จะไม่หยุดอยู่เพียงการจัดทำแผน แต่จะนำไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง มีการติดตามและประเมินผล รวมถึงถอดบทเรียนจากการดำเนินงาน นำองค์ความรู้และกระบวนการที่ได้ไปปรับใช้กับพื้นที่อื่น ๆ เพื่อขยายผลการดำเนินงานด้านการปรับตัวในระดับพื้นที่ต่อไป ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงการดำเนินงานจากระดับท้องถิ่นไปสู่เป้าหมายระดับประเทศ และเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (GGA) ได้อย่างเป็นรูปธรรม 

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad

Pages