ยศชนัน” ลงพื้นที่สงขลา สนับสนุนนวัตกรรม “ธนาคารปูม้า-โดมปะการัง” มุ่งฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สร้างรายได้คืนสู่ชุมชน - The Siamese

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Friday, September 4, 2026

ยศชนัน” ลงพื้นที่สงขลา สนับสนุนนวัตกรรม “ธนาคารปูม้า-โดมปะการัง” มุ่งฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สร้างรายได้คืนสู่ชุมชน

 ยศชนัน” ลงพื้นที่สงขลา สนับสนุนนวัตกรรม “ธนาคารปูม้า-โดมปะการัง” มุ่งฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สร้างรายได้คืนสู่ชุมชน


เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 

.com/img/a/

ลงพื้นที่ติดตามการตรวจราชการ พร้อมมอบนโยบายสนับสนุนผลงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการยกระดับศักยภาพชุมชนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมี นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. 

.com/img/a/

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นายภาณุมาศ สุยบางดำ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย นายอับดุลเลาห์ จันทร์ลิหมัด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกระดังงา คณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วม ณ ศูนย์อนุรักษ์เพาะฟักสัตว์น้ำเศรษฐกิจ กลุ่มพังสาย ตำบลกระดังงา อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา

.com/img/a/

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การลงพื้นที่ ครม.สัญจร ในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญร่วมกันคือการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของพี่น้องชาวใต้ โดยได้รับฟังประเด็นจากประชาชนโดยตรงเพื่อนำมาผลักดันเป็นนโยบาย ทั้งนี้ กระทรวง อว. ได้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนผ่านโครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการธนาคารปูม้า การฟื้นฟูระบบนิเวศปะการัง และการอนุรักษ์โลมาอิรวดี ซึ่งโครงการธนาคารปูม้านั้น วช. ได้ยกระดับให้เป็นโครงการระดับชาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2561

.com/img/a/

 และก้าวต่อไปคือการขยายผลอย่างเข้มแข็ง โดยจะนำหลักการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ระบบฝาแฝดดิจิทัล (Digital Twin) มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูลสภาพน้ำและสภาพอากาศ เพื่อให้การปล่อยปูม้าและการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกันนี้จะมุ่งสร้างนวัตกรรมต่อยอดรอบศูนย์ธนาคารปูม้า โดยเชื่อมโยงกับอุทยานวิทยาศาสตร์ (Science Park) และกลุ่มสตาร์ตอัป เพื่อยกระดับการแปรรูป เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับชาติ ซึ่งจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนกลับสู่พื้นที่ และทำให้ธนาคารปูม้าสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

.com/img/a/

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวต่อว่า กระทรวง อว. ยังเตรียมประกาศวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นพื้นที่ทดลองจริง (Living Lab) เพื่อดึงดูดเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกมาร่วมกันอนุรักษ์ทะเลไทยทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ภายใต้แนวคิด “Nature Positive” และ “Nature Financing“ และการสร้างมูลค่าจากธรรมชาติ ซึ่งจะนำไปเสนอในเวทีการประชุม STS Forum ในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นแกนนำด้านการอนุรักษ์ทะเลในระดับสากล ขณะเดียวกัน การพัฒนาจะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ทรัพยากรทางทะเล แต่จะเชื่อมโยงไปสู่การเพิ่มมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติบนบก เช่น ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ไผ่ สมุนไพร และพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนการส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจด้านสุขภาพ (Medical Wellness Corridor) และการเตรียมพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุข โดยทั้งหมดนี้จะอาศัยการบูรณาการความร่วมมือข้ามกระทรวง ทั้งกรมประมง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย เครือข่ายมหาวิทยาลัยในพื้นที่ และภาคประชาชน เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้แก่ลูกหลานชาวใต้ต่อไป

ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า ความก้าวหน้าของการวิจัยและนวัตกรรมใน 2 โครงการสำคัญที่ วช. ให้การสนับสนุน ได้แก่ โครงการ “โดมปะการัง” และ โครงการขยายผลธนาคารปูม้าเพื่อ “คืนปูม้าสู่ทะเลไทย” ซึ่ง วช. ได้ร่วมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานเครือข่ายและมหาวิทยาลัยในพื้นที่เพื่อขับเคลื่อนและขยายผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันนวัตกรรม “โดมปะการัง” ซึ่งเป็นแนวกำบังคลื่นใต้น้ำแบบพรุน ลดพลังงานคลื่นก่อนเข้าสู่ชายฝั่ง พร้อมทำหน้าที่เป็นบ้านปลา สามารถฟื้นฟูแนวปะการังธรรมชาติให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยพบสัตว์น้ำเข้ามาอาศัยมากกว่า 60 ชนิด ทำให้ชายหาดฟื้นตัวเพิ่มขึ้นร่วม 3 ไร่ และอยู่ในระหว่างการดำเนินการจัดวางแนวโดมปะการังชุดใหม่จำนวน 797 แท่ง บริเวณพื้นที่ชายฝั่ง ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จังหวัดสงขลา ขณะที่ โครงการขยายผลธนาคารปูม้าเพื่อ "คืนปูม้าสู่ทะเลไทย" ได้ขยายผลธนาคารปูม้าไปแล้วจำนวน 565 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ชุมชนชายฝั่ง 20 จังหวัดทั่วประเทศไทย ทำให้มีปูม้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 67% เมื่อเทียบกับก่อนดำเนินการ และมีแนวโน้มปริมาณการจับปูม้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้จำนวน 52 แห่ง เพื่อเป็นแหล่งต่อขยายผลความรู้ให้กับประชาชนทั่วไป ความสำเร็จของทั้ง 2 โครงการสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ วช. ในการเปลี่ยนองค์ความรู้จากงานวิจัยให้เกิดการใช้ประโยชน์จริงในพื้นที่ ทั้งในด้านการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การสร้างความมั่นคงทางอาหาร การสร้างรายได้และเศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนชายฝั่ง

นายอับดุลเลาห์ จันทร์ลิหมัด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกระดังงา กล่าวว่า ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งถือเป็นทุนชีวิตของชุมชน ทั้งในด้านแหล่งอาหาร แหล่งประกอบอาชีพ และรากฐานทางเศรษฐกิจ โดย อบต.กระดังงา ได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดำเนินงานธนาคารปูม้า การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ รวมถึงการพัฒนาแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำผ่านการวางซั้งบ้านปลาและโดมปะการัง ร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่และหน่วยงานภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งองค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ได้ช่วยยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นและสร้างประโยชน์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม สู่การสร้างความมั่นคงทางอาหาร รายได้ และความเข้มแข็งของชุมชน

นายภาณุมาศ สุยบางดำ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยฯ ได้มุ่งนำองค์ความรู้จากงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาพื้นที่และสังคมอย่างยั่งยืน ความร่วมมือกับ วช. ในการขับเคลื่อนโครงการธนาคารปูม้าและการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างต่อเนื่องตลอด 8 ปีที่ผ่านมา นักวิจัยของมหาวิทยาลัยฯ ได้ดำเนินงานในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ตรัง กระบี่ และสตูล รวม 112 แห่ง และบูรณาการความร่วมมือระหว่างนักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน นำองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เหมาะสมไปถ่ายทอดสู่พื้นที่ จนเกิดการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากร ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพ รายได้ และเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

ในการนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นำคณะผู้บริหาร อว. ร่วมกิจกรรมปล่อยลูกปูม้าคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้สนับสนุนการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อนำไปสู่การสร้างรายได้และสร้างประโยชน์ให้ชุมชนในอีกหลากหลายมิติ

ต่อมา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้มอบเกียรติบัตรแก่นักวิจัยนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อยกระดับศักยภาพชุมชน จำนวน 24 ผลงาน และตราสัญลักษณ์ “Local Growth Engine” คืนปูม้าสู่ทะเลไทย แก่ธนาคารปูม้าจำนวน 28 แห่ง จากจังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดสตูล จังหวัดตรัง และจังหวัดกระบี่

จากนั้น ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้นำคณะ รมว.อว. เยี่ยมชมนิทรรศการเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ได้รับสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมจาก วช. อาทิ โดมปะการัง การอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา ฐานข้อมูลสถานการณ์สัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลาตอนบน นวัตกรรมฟื้นฟูปะการัง ระบบนิเวศกองหินใต้น้ำ

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad

Pages