หัวเว่ย ส่งทีมนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี KMUTT เป็นตัวแทนประเทศไทยแข่ง Huawei ICT Competition 2020 รอบเอเชียแปซิฟิก ลุ้นคว้าแชมป์ไอซีทีระดับโลก - The Siamese

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad

Sunday, October 18, 2020

หัวเว่ย ส่งทีมนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี KMUTT เป็นตัวแทนประเทศไทยแข่ง Huawei ICT Competition 2020 รอบเอเชียแปซิฟิก ลุ้นคว้าแชมป์ไอซีทีระดับโลก




กรุงเทพฯ/ 15 ตุลาคม 2563 – บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ชวนคนไทยร่วมส่งกำลังใจให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรีทั้ง 3 คนในนามทีม “KMUTT”
เป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขันในเวที Huawei ICT Competition 2020 รอบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2563 นี้ โดยตัวแทนทีมนักศึกษาผู้ชนะจากรอบคัดเลือกระดับประเทศ เตรียมประลองความรู้ความเชี่ยวชาญด้านไอซีที กับทีมผู้แทนจากอีก 5 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย และอินโดนีเซีย แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
จะทำให้บริษัทต้องเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันเป็น อีเว้นท์ทางออนไลน์ผ่านระบบ Video Conference
สำหรับทั้งรอบภูมิภาคและรอบแกรนด์ไฟนอล แต่หัวเว่ยประกาศว่าการแข่งขันต้องดำเนินต่อไป
พร้อมเดินหน้าเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้มีพื้นที่ให้แสดงความสามารถบนเวทีการแข่งขันด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับโลกที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ทีม KMUTT ผู้ชนะในรอบคัดเลือกของ Huawei ICT Competition 2020 ซึ่งเป็นตัวแทนประเทศไทยประจำปีนี้ประกอบด้วยนักศึกษาทั้งหมด 3
คน จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้แก่

นายพิทวัส ทวีกิจวรชัย (พีท) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 นายวิชาญ เรืองขจร (ปลื้ม) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ
นายบุญญฤทธิ์ ปึงทมวัฒนากูล (อ๊อฟ) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

ในรอบคัดเลือก หัวเว่ยใช้ Huawei Certification ระดับ HCIA (Huawei Certified ICT Associate)
ซึ่งเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรรับรองความรู้ด้านไอซีทีที่ได้การยอมรับในการทำงานระดับสากล ในสาขา Routing & Switching เพื่อคัดเลือกหาทีมอันดับหนึ่งของประเทศ โดยทีม KMUTT
ของนักศึกษาทั้งสามได้รับคัดเลือกจากการแข่งขันรอบระดับประเทศที่จัดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ทำให้พวกเขาได้เป็นตัวแทนเยาวชนไทยเพื่อเตรียมตัวชิงชัยในระดับภูมิภาค ในวันที่ 18 ตุลาคมนี้
และเนื่องด้วยสถานการณ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ การแข่งขันรอบ
Regional – APAC นี้ หัวเว่ยจะแจกโจทย์การทดสอบพร้อมกันทั้ง 6 ประเทศผ่านระบบ Video Conference และ 9 ทีมที่ได้คะแนนรวมสูงสุดจะเป็นตัวแทนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไปชิงแชมป์โลกในรอบแกรนด์ไฟนอลร่วมกับผู้ชนะจากแต่ละภูมิภาค เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันในเวทีนานาชาติ ทีมเยาวชนไทยเผยว่าพวกเขาต่างทบทวนความรู้ในทางทฤษฎีและเชิงปฏิบัติด้วยตนเองมาอย่างต่อเนื่องจากหลักสูตรและแหล่งข้อมูลที่หัวเว่ยจัดเตรียมให้มาโดยตลอด การแข่งขันในรอบภูมิภาคนี้ต้องอาศัยความรู้ด้านไอซีทีใน 3 สาขา ได้แก่ Routing & Switching, WLAN และ Security ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากหัวเว่ย ประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนน้องๆ อย่างเต็มที่ด้วยการจัดฝึกอบรมทบทวนความรู้อย่างเข้มข้นเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อให้ทีมผู้เข้าแข่งขันมีพื้นฐานทฤษฎีที่แม่นยำ พร้อมจัดเทรนนิ่งเชิงปฏิบัติที่สำนักงานใหญ่ของหัวเว่ย
เพื่อจำลองสถานการณ์การเชื่อมต่อระบบผ่านอุปกรณ์จริง เตรียมความพร้อมน้องๆ ให้มีความมั่นใจทั้งในเชิงทฤษฎีและการทำงานกับเครือข่ายจริงอีกด้วย

ดร. อนุชาติ ทัศนวิบูลย์ อาจารย์ประจำคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในฐานะผู้ดูแลโครงการ ให้สัมภาษณ์ระหว่างการเตรียมความพร้อมของทีมว่า

“ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยฯ ได้มีโอกาสแสดงความสามารถด้านไอซีทีในเวทีระดับสากล ประสบการณ์เช่นนี้ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ นอกจากจะได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาโดยตรงแล้วผมมั่นใจว่าทีมของเราจะได้พัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมและการขวนขวายหาความรู้นอกห้องเรียนหรือ Self- Learning ซึ่งเป็นสองทักษะที่สำคัญมาก ๆ ในโลกเทคโนโลยียุคใหม่


”นายบุญญฤทธิ์ ปึงทมวัฒนากูล (อ๊อฟ) ตัวแทนเยาวชนจากทีม KMUTT ทิ้งท้ายว่า “พวกเราจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดประสบการณ์การแข่งขันระดับโลกแบบนี้ถือเป็นความท้าทายอันน่าตื่นเต้นในชีวิต และเราก็มั่นใจว่าสิ่งที่ได้รับจากโครงการ Huawei ICT Competition คือการได้ต่อยอดองค์ความรู้ด้านไอทีจากห้องเรียนสู่การเปิดโลกกว้าง พร้อมนำความรู้ที่ได้จากหลักสูตรของหัวเว่ยไปใช้ในการทำงานในอนาคตต่อไป”

หัวเว่ยขอชวนทุกคนร่วมส่งกำลังใจให้ทีม “KMUTT” ในการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศบริษัทพร้อมยืนหยัดส่งเสริมการพัฒนาทักษะความรู้ด้านไอซีที ผ่านหลักสูตรไอซีทีทางออนไลน์มากมายภายใต้โครงการ Huawei Certification เพื่อมอบโอกาสการเรียนรู้ด้านไอซีทีที่ทุกคนเข้าถึงได้

No comments:

Post a Comment

Post Bottom Ad

Pages